ทุกวันนี้ มีโรคภัยไข้เจ็บหลากหลายเข้ามาเบียดเบียน จนทำให้ชีวิตรู้สึกอ่อนล้า หมดพลังที่จะขับเคลื่อนภารกิจให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันให้ตัวเองห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บก็คือ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก่อนที่จะสายเกินแก้ เรื่องราวของ 7 สุดยอดอาหารจากพลังธรรมชาติเพื่อปรับชีวิตให้สมดุล มาฝากหนุ่มสาวบิวตี้นิสต้ากัน

    เริ่มที่การหันมารับประทานผัก “วอเตอร์เครส” ซึ่งเป็นผักที่มีขายอย่างแพร่หลายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เพราะมีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตาพร้อมทั้งเบต้าแคโรทีนช่วยต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ ยังมีลูทีนและวิตามินเคสูงอีกด้วย จึงช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดี

    จากเดิมที่เคยรับประทาน “อัลมอนด์” เป็นประจำ ลองหันมาชิม “วอลนัท” บ้างก็ได้ ถึงแม้ว่า วอลนัทจะมีไขมันมากกว่าอัลมอนด์ เมื่อเทียบในปริมาณ 28.3 กรัม (ประมาณ 1 กำมือ) เท่าๆ กัน วอลนัทมีไขมัน 18 กรัม ขณะที่อัลมอนด์มี 14 กรัม แต่ไขมันส่วนใหญ่ของวอลนัทคือกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี (HDL) ที่ช่วยป้องกันอาการซึมเศร้า โรคอัลไซเมอร์ และโรคหัวใจได้ ที่สำคัญ วอลนัทยังอุดมไปด้วยสารสเตอรอยด์แพลนต์ ที่ช่วยดูดซับคอเลสเตอรอลในร่างกายอีกด้วย ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า การกินวอลนัทเป็นประจำสามารถช่วยลดระดับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ได้ 16%

    ตามด้วยผลไม้มหัศจรรย์อย่าง “กีวี” เพราะจากผลการวิจัยผลไม้ 27 ชนิดพบว่า กีวีเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากที่สุด เมื่อเทียบกับส้มพบว่า กีวีผลใหญ่ 56 แคลอรี มีโพแทสเซียมมากกว่าส้ม 20% และเมื่อเทียบกับผักใบสีเขียว พบว่า กีวีเป็นหนึ่งในแหล่งสำคัญของลูทีน ซึ่งมีความสำคัญต่อสายตาและหัวใจ

    “ชาขาว” ถือได้ว่าเป็นพืชชนิดเดียวกับชาเขียวและชาดำ แต่ชาขาวเก็บเกี่ยวขณะที่ยังอ่อนอยู่ จึงให้รสชาตินุ่มละมุนกว่า นอกจากนี้ ชาขาวยังมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งที่ดีกว่า และสามารถต่อต้านเชื้อโรค อันเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     “ปลาแมคเคอเรล” มีกรดไขมันโอเมก้า-3 สูงกว่าปลาแซลมอน ทั้งยังมีสารปนเปื้อนอย่างสารปรอทและยาฆ่าแมลงในปริมาณต่ำ และปลาชนิดนี้ยังเติบโตได้รวดเร็วกว่าปลาอื่นๆ จึงไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ดังนั้น การเลือกทานปลาแมคเคอเรลไม่เพียงแต่จะทำให้มีสุขภาพกายที่ดีเท่านั้น ยังเท่ากับช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรโลกไปด้วยในตัว

    สุดท้ายคือ การหันมารับประทานผักเมืองหนาวอย่าง “สวิสชาร์ด” ที่มีรสชาติคล้ายผักโขม แต่กรอบกว่า ให้พลังงานต่ำเพียงถ้วยตวงละ 7 แคลอรี อุดมไปด้วยลูทีน วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนเหมือนผักโขม แต่มีวิตามินเคมากกว่าถึง 2 เท่า เพราะสวิสชาร์ด 1 ถ้วยตวงให้วิตามินเคเกือบ 300 ไมโครกรัม หรือมากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวันถึง 3 เท่า ซึ่งวิตามินเคนี้มีความสำคัญสำหรับผู้หญิง เพราะช่วยในการเสริมสร้างกระดูกอีกด้วย

Comment

Comment:

Tweet